fbpx

ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์

ตรวจเช็คช่วงล่าง “รถยนต์” 5 ปี ดูแลถูกวิธี ใช้งานได้ดีชัวร์

เรื่องของการ “ตรวจเช็คช่วงล่าง” รถยนต์ หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่อยากจะให้รถคู่ใจนั้นใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องลำดับต้น ๆ เลยที่ต้องหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำ หากเป็นรถที่เพิ่งถอยมาใหม่ป้ายแดง ในช่วงแรกนั้นก็อาจจะไม่ต้องอะไรมาก แต่ถ้าเป็นรถยนต์มือสองหรือเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว การดูแลช่วงล่างเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่อย่างมาก สำหรับใครที่ยังไม่เคยทราบมาก่อนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องปรึกษาช่างแบบไหน ใช้บริการกับอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไปได้มั้ย สินค้าที่เลือกใช้ได้คุณภาพหรือเปล่า… รับรองว่าติดตามเนื้อหาสาระที่เรานำมาฝากด้านล่างนี้ ดีแน่นอน! ตรวจเช็คช่วงล่าง ต้องเช็คส่วนไหนบ้างเป็นพิเศษ? ช่วงล่างรถยนต์จริง ๆ แล้วประกอบด้วยหลายส่วน แต่สำหรับรถที่มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป สิ่งที่ควรดูแลหลัก ๆ มีดังนี้ ผ้าเบรก โช้คอัพ เบ้าโชค ลูกหมาก บูชปีกนก   โดยทั้ง 5 ชิ้นส่วนล้วนแล้วแต่สำคัญสำหรับช่วงล่างของรถทั้งสิ้น ส่วนการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ควรเน้นในเรื่องของคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย และคุณสามารถใช้บริการของช่างผู้ชำนาญการตามอู่รถยนต์เพื่อการเซอร์วิสเหล่านี้ได้ เรียกว่านอกจากเรื่องความมั่นใจในการตรวจเช็คดูแลรถของคุณแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์นั้นก็มีส่วนไม่แพ้กัน  พาส่องเทคนิคดูแลช่วงล่างรถยนต์จากช่างตัวจริง! จากคลิปที่ทาง NIKOYO ได้พาไปเยี่ยมชม ออฟชั่น คลับ การาจ อู่รถยนต์ย่านประเวศ ที่ให้บริการซ่อม ขาย เปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ การเลือกใช้สินค้าเพื่อดูแลรถของลูกค้าในอู่นั้นก็มาจากการทดสอบและใช้งานจริงโดยเจ้าของกิจการ ตลอดจนช่างที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้โดยเฉพาะ   เคล็ดลับดูแลช่วงล่างของ ออฟชั่น คลับ การาจ เคล็ดลับการดูแลช่วงล่างรถยนต์ของอู่ ออฟชั่น คลับ การาจ อย่างที่ได้บอกเอาไว้ช่วงต้นว่าชิ้นส่วนหลักที่ควรเช็คนั้นมี ผ้าเบรก โช้คอัพ เบ้าโชค ลูกหมาก และบูชปีกนก โดยคุณต้องและคุณเอิร์ธแห่ง ออฟชั่น คลับ การาจ นั้นเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องได้มาตรฐาน มีการเทสต์ผ่านการใช้งานจากทางอู่เองก่อนจะถึงมือลูกค้า และความปลอดภัยอันดับแรกของการใช้รถก็คือเรื่องของ “เบรค” ส่วนสเปคที่มองหาต้องมีความทนทาน ใช้ได้นาน ซึ่งสินค้าของ NIKOYO นั้นตอบโจทย์ในเรื่องนี้ หรือกดติดตามรับชมคลิปวิดีโอจาก Youtube ได้แบบเต็ม ๆ รวมถึงเรื่องที่น่าสนใจอีกมากมายของระบบเบรค กด Subscribe เราไว้ ไม่พลาดเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับแวดวงยานยนต์แน่นอน!

เลือกผ้าเบรค ให้โดนใจ แบบไหนเหมาะสมกับการใช้งาน?

“ระบบเบรค” คือหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดของรถยนต์ และส่วนที่ทำหน้าที่สร้างแรงเสียดทานเพื่อให้ทุกการเบรคของคุณ “สั่งได้ดั่งใจ” นั่นก็คือ “ผ้าเบรค” ไม่ว่าจะเป็นระบบแบบ ดิสก์เบรค หรือ ดรัมเบรค ตัวผ้าเบรคนั้นก็เป็นส่วนประกอบที่มีผลอย่างมาก การรู้เทคนิควิธี “เลือกผ้าเบรค” ให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ การใช้งาน เลือกให้ตรงกับรุ่นรถที่คุณใช้นั้นเป็นพื้นฐานที่คนรักรถจำเป็นต้องรู้ และข้อมูลต่าง ๆ สำหรับใช้พิจารณาประกอบการเลือกซื้ออยู่ตรงหน้าคุณแล้ว  รู้จัก 3 ประเภทหลัก “เลือกผ้าเบรค” ได้ตรงตามสไตล์การขับขี่ ในตลาดรถยนต์ปัจจุบันนี้ ผ้าเบรคที่มีให้เลือกใช้งานจะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Organic, Semi-Metallic และ Ceramic ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีส่วนประกอบแตกต่างกันไป มีจุดเด่น จุดด้อย ตามแต่การเลือกใช้งาน ส่วนจะมีอะไรที่ไม่เหมือนกันบ้าง แล้วเหมาะกับสไตล์การขับขี่แบบไหน ติดตามไปพร้อมกันกับเราได้ที่นี่ ประเภทที่ 1 ผ้าเบรคออร์แกนิค (Organic) ผ้าแบบออร์แกนิค หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อของ “ผ้าเบรคอินทรีย์” ปัจจุบันมี 2 แบบด้วยกัน คือ Asbestos ตัวนี้จะมีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ มีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดี ราคาย่อมเยาว์ แต่ข้อเสียนั้นคือการทิ้งคราบฝุ่นที่ค่อนข้างเยอะ อาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจของผู้ขับขี่ได้ อีกแบบคือ Non-Asbestos แบบนี้จะตัดส่วนผสมของแร่ใยหินออกไป ช่วยลดปัญหาเรื่องของฝุ่นผงจากผ้าเบรคเล็กน้อย และเสียงเบาลง และการที่ไม่มีแร่ใยหินจึงทำให้การทนความร้อนลดน้อยลง หากคุณเป็นคนที่ใช้รถขับขี่แต่ในเมือง ไม่ค่อยออกต่างจังหวัดสักเท่าไหร่ ผ้าเบรคออร์แกนิคนั้นถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม   ประเภทที่ 2 ผ้าเบรคโลหะ หรือ กึ่งโลหะ (Metallic / Semi-Metallic) ส่วนผสมของผ้าเบรคชนิดนี้นั้นจะเป็นแบบผงเหล็ก หรือเป็นแบบใยเหล็ก ราคาของประเภทนี้จะสูงขึ้นมากว่าแบบออร์แกนิคเล็กน้อย แต่ก็จะได้คุณสมบัติที่ทนความร้อนได้มากขึ้น เรียกว่าทำได้ดีมาก ๆ ยืนหนึ่งของเรื่องนี้เลย แถมยังระบายความร้อนได้รวดเร็วอีกต่างหาก ส่วนเรื่องฝุ่นก็น้อยกว่าแบบออร์แกนิค ยิ่งหากพูดเรื่องประสิทธิภาพในการหยุดรถแบบ “กระทันหัน” ผ้าเบรคประเภทนี้ทำได้ดีที่สุด ซึ่งข้อดีเหล่านี้ก็ต้องแลกกับการสึกหรอของจานเบรค และมีเสียงดังรบกวนเสมอยามใช้เบรคนั่นเอง ส่วนความเหมาะสมของการใช้งานผ้าเบรคประเภทนี้ จะเป็นการใช้งานแบบหนัก ๆ เช่น ขับขึ้นเขาลงเขา ขับด้วยความเร็ว ขับทางไกล หรือบรรทุกของหนัก เนื่องด้วยผ้าเบรคชนิดนี้จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจะต้องมีอุณภูมิสูงขึ้นมาเล็กน้อย หรือภาษาช่างจะเรียกว่า “การวอร์มเบรค” ผ้าเบรคแบบนี้จึงไม่เหมาะแก่การใช้ในเมืองที่มีจราจรหนาแน่น ส่วนอีกข้อเสียที่หนักเลย คือฝุ่นผงที่ติดตามล้อนั้นสามารถละลายติดล้อจนทำให้เช็ดไม่ออกได้เลย  ประเภทที่ 3 ผ้าเบรคเซรามิก (Ceramic) เรียกว่าเป็น “ท็อปคลาส” ของวงการเลย สำหรับผ้าเบรคเซรามิก เป็นการยกระดับจากสองประเภทด้านบนในเกือบจะทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของอายุการใช้งาน ใช้ได้ทุกช่วงอุณหภูมิ (ไม่ต้องวอร์มเบรค) ฝุ่นน้อย แถมยังไร้เสียงยามเบรค และที่สำคัญสุด ๆ คือไม่กัดกินจานเบรครถคุณ ทั้งหมดที่ร่ายมานี้ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าเพื่อน ซึ่งเรื่องของคุณภาพก็ตามราคาของจริงดังว่าเลยล่ะ ด้วยข้อดีที่มากมายขนาดนี้ เรียกว่าสามารถใช้งานได้ในทุกสภาพ ความเหมาะสมก็อยู่ผู้ใช้พึงพอใจ แม้อาจมีแย้งในเรื่องการใช้งานหนักแล้วจะต้องเปลี่ยนบ่อย แต่ถ้าสะดวกแบบนั้น ผ้าเบรคเซรามิกก็จัดให้ได้เหมือนกัน! เลือกผ้าเบรค “เซรามิก” คุณภาพ มาตรฐานระดับสากล ตอนนี้ก็ได้รู้กันแล้วว่าผ้าเบรคในตลาดนั้นมีแบบไหนให้เลือกใช้งานกันบ้าง พร้อมกับได้รู้จักกับผ้าเบรคท็อปคลาสอย่าง “ผ้าเบรคเซรามิก” ส่วนใครที่สนใจอยากลองใช้ผ้าเบรคชนิดนี้ เรามีบริการให้ครอบคลุมทุกรุ่นเท่าที่รถประเทศไทยใช้งานกัน สามารถเลือกชมสอบถามเพิ่มเติม เพื่อสัมผัสประสบการณ์ “ผ้าเบรคคุณภาพสูง” ของเราที่นี่ได้ด้วยตัวคุณเอง 

เบรคเฟด คือ อาการแบบไหน…. รู้ไว้ปลอดภัยกว่า?

ระบบเบรคของยานพาหนะ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบ “สำคัญ” ที่สุด เรียกว่ามีผลกระทบอย่างมากต่อความปลอดภัยบนท้องถนน การหยุดรถในช่วงเวลาสำคัญสามารถช่วยหลักเลี่ยงอุบัติเหตุ เลี่ยงปัญหาจราจร ป้องกันอาการบาดเจ็บ ความเสียหายต่อทรัพย์สิน รวมถึงการสูญเสียสูงสุดอย่าง “ชีวิต” จะเห็นได้ว่าระบบเบรคที่สมบูรณ์มีความสำคัญต่อความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างมาก แต่หากเกิดอาการ “เบรคเฟด” เมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าความปลอดภัยก็จะลดลงแน่นอน

ทำไม เกิดเสียงเบรค ในการใช้งาน ช่วงเช้า

ทำไม เกิดเสียงเบรค ในการใช้งาน ช่วงเช้า ในช่วงเช้า จะมีความชื้นสะสมสูงมากที่ผิวหน้าผ้าเบรคและจานเบรค อันจะทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ของการจับกันระหว่างผ้าเบรคและจานเบรคในช่วงแรกของการใช้งาน สาเหตุ ความชื้นสะสมประกอบกับการเคลื่อนตัวของชุดเบรคไม่สมบูรณ์ เช่น มีความฝืด เกิดการเสื่อมในอุปกรณ์บางชิ้น เช่น ลูกยางต่างๆ ก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดเสียงในการใช้งานช่วงเช้าได้ แนวทางการแก้ไขปัญหา เบื้องต้นให้ทำการทดลองแตะเบรคหลายๆครั้ง เพื่อไล่ความชิ้นที่มีอยู่ที่ผิวหน้าผ้าเบรคและจานเบรค

ขยายจานเบรค จำเป็นหรือสิ้นเปลือง

  ระบบเบรค เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อรถยนต์ นับเป็นชิ้นส่วนที่คุณต้องฝากชีวิต และทรัพย์สินไว้อีกชิ้นส่วนหนึ่งในระดับต้นๆ เพราะเมื่อล้อรถหมุนขับเคลื่อนไปข้างหน้าก็เริ่มอันตรายแล้ว ฉะนั้นรถเราจึงจำเป็นต้องมีระบบเบรคที่ดี ทำให้หลายคนไป ขยายจานเบรค ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มการเบรคที่มั่นใจ แต่อย่าลืมว่าหากรถคุณเบรคดีอยู่แล้วได้มาตรฐานตามสเปคบริษัทผู้ผลิต รถไม่ได้ปรับแต่งปรับจูนเครื่องยนต์ ก็อาจเป็นการสิ้นเปลืองได้เหมือนกันที่จะมาขยายจานเบรค www.nikoyobrake.com Line: @nikoyo >> http://nav.cx/4KdbP2N  ผ้าเบรครถยนต์ >> @Nikoyo Brake  คิดถึงอะไหล่ช่วงล่าง>> Nikoyo Rubber Parts

หม้อลมเบรครถรั่ว คืออะไร อันตรายแค่ไหน

หม้อลมเบรค คืออะไร หม้อลมเบรค เป็นตัวช่วยผ่อนแรงในการเหยียบแป้นเบรค ทำงานด้วยระบบสุญญากาศ ภายในมีแผ่นไดอะเฟรมและท่อที่เชื่อมต่อกับท่อไอดี เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ ท่อดังกล่าวจะดูดอากาศเข้าไปใช้ในการจุดระเบิด ทำให้ภายในหม้อลมเบรคเกิดสภาวะสุญญากาศ ซึ่งจะทำให้เหยียบเบรคได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้น เช็คอาการหม้อลมเบรคเสียหรือรั่ว 1. เหยียบแป้นเบรคแล้วรู้สึกว่าจมกว่าปกติ หรือเวลาเหยียบแป้นเบรคค้างไว้แล้วรู้สึกว่าค่อยๆจมลง และอาจจะมีเสียงดังของลมออก ฟู่ๆ 2.เวลาเหยียบแป้นเบรคจะรู้สึกว่าแข็งต้องออกแรงเหยียบมากกว่าปกติ เบรคไม่ค่อยอยู่ เบรคแล้วรถยังไหล ต้องเผื่อระยะในการเบรคมากกว่าปกติ

Call : 092-454-5000,
096-464-9456

42/1 Moo 1, Katumlum, Sampran,
Nakhonpathom 73220
Monday-Firday 08.30 to 17.30
Saturday-Sunday : Closed