หลายคนอาจจะเคยสงสัยเวลาพารถไปตรวจเช็กสภาพ ทำไมช่างถึงมักจะแนะนำให้เปลี่ยน ผ้าเบรกหน้า บ่อยกว่าผ้าเบรกหลัง? ทั้งๆ ที่เราก็เหยียบเบรกพร้อมกันทุกล้อ วันนี้เรามีคำตอบแบบเข้าใจง่ายๆ ตามหลักการทำงานของรถยนต์มาฝากกันครับ
สาเหตุหลักที่ทำให้ผ้าเบรกหน้าสึกหรอเร็วกว่า
-
การถ่ายเทน้ำหนัก (Weight Transfer): ตามหลักฟิสิกส์แล้ว เมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วแล้วเราเหยียบเบรก น้ำหนักและแรงเหวี่ยงทั้งหมดของตัวรถจะถูกเทไปที่ด้านหน้าอย่างมหาศาล
-
รับภาระหนักกว่า (Heavy Braking Load): จากการที่น้ำหนักเทไปด้านหน้า ทำให้ล้อหน้าและ ผ้าเบรกหน้า ต้องรับหน้าที่ในการหยุดรถถึง 60% – 80% ของภาระการเบรกทั้งหมด ในขณะที่ล้อหลังช่วยประคองเพียง 20% – 40% เท่านั้น
-
ความร้อนสะสมที่สูงกว่า: เมื่อผ้าเบรกหน้าต้องสร้างแรงเสียดทานเพื่อหยุดรถมากกว่า จึงทำให้เกิดความร้อนสะสมบริเวณจานเบรกและผ้าเบรกหน้าสูงกว่ามาก (ดังภาพเปรียบเทียบที่เบรกหน้าจะเกิดความร้อนจนแดง) ซึ่งความร้อนและแรงเสียดทานนี้เองคือตัวการสำคัญที่ทำให้เนื้อผ้าเบรกหน้าสึกหรอและหมดเร็วกว่านั่นเอง
เพราะผ้าเบรกหน้าต้องทำงานหนัก การเลือก “ผ้าเบรกที่ดี” จึงสำคัญ!
เมื่อทราบแล้วว่าระบบเบรกหน้าต้องรับภาระที่หนักหน่วง การเลือกเปลี่ยน ผ้าเบรกรถยนต์ ในครั้งต่อไป จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ทนความร้อนได้ดี และไม่กินจานเบรก
ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ผ้าเบรก NIKOYO BRAKE ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการขับขี่ของคุณด้วยจุดเด่น:
-
ไร้เสียงรบกวน: หมดปัญหาเสียงอี๊ดอ๊าดกวนใจเวลาเหยียบเบรก
-
เบรกนุ่ม มั่นใจ: ให้ฟีลลิ่งการเบรกที่นุ่มนวล สั่งหยุดได้ดั่งใจ ปลอดภัยทุกเส้นทาง
-
ฝุ่นน้อย: ไม่ทิ้งคราบฝุ่นดำเกาะติดล้อแม็กซ์ ช่วยให้ล้อรถของคุณดูสวยสะอาดอยู่เสมอ
ข้อแนะนำ: อย่าลืมหมั่นตรวจเช็กความหนาของผ้าเบรกเป็นประจำ หากผ้าเบรกมีความหนาน้อยกว่า 3-4 มิลลิเมตร หรือมีเสียงเตือนเวลาเบรก ควรรีบนำรถไปเปลี่ยนผ้าเบรกทันทีเพื่อความปลอดภัยนะครับ
